Pages

KebWii อ่านว่า "เก็บไว้" เก็บสิ่งละอันพันละน้อยที่ได้อ่านเจอบนโลกออนไลน์

ที่นี่ เก็บไว้ เราเก็บทุกเรื่องราวทุกข่าวสาร

Monday, July 23, 2012

HondaLink ระบบเชื่อมโทรศัพท์กับรถยนต์ของฮอนด้า

การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาเข้ากับรถยนต์ กลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่รถรุ่นใหม่ๆ มักจะมีกัน และฮอนด้าก็เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายล่าสุดที่เปิดตัวระบบลักษณะนี้ในชื่อ HondaLink

HondaLink จะรองรับ Android/iPhone โดยมีแอพสำหรับติดตั้งบนสมาร์ทโฟนเหล่านี้ ส่วนการเชื่อมต่อกับรถยนต์จะใช้สายเคเบิลในกรณีของ iPhone แต่ถ้าเป็น Android สามารถต่อผ่าน Bluetooth ได้ด้วย

ระบบของ HondaLink สามารถเล่นเพลงจากวิทยุออนไลน์ในสมาร์ทโฟน ส่งต่อมายังระบบเสียงของรถยนต์ นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลจาก Yelp, Twitter, Facebook, Facebook ได้ด้วย ส่วนเนื้อหาอื่นๆ จะตามมาในอนาคต

ฮอนด้าจะเริ่มใช้ระบบ HondaLink กับ Honda Accord 2013 เป็นรุ่นแรกในปีนี้ และในอนาคตจะออกรุ่นสำหรับ Honda Fit EV และ Accord รุ่นไฮบริดด้วย

ที่มา - Honda, MotorAuthority


View the original article here

แอปเปิลปิดรูรั่ว App Store แต่แฮ็กเกอร์รัสเซียก็เจาะได้อีก

ต่อจากกรณี App Store รั่ว แฮกเกอร์รัสเซียพบช่องโหว่กดซื้อแอพโดยไม่จ่ายเงิน ทางแอปเปิลก็ออกมาประกาศปิดรูรั่วนี้ด้วยวิธีการชั่วคราวแล้ว และให้ข้อมูลว่าใน iOS 6 จะแก้ปัญหานี้อย่างถาวร - ZDNet

อย่างไรก็ตาม แฮ็กเกอร์คนเดิมคือ Alexei Borodin ก็ยังสามารถเจาะเข้ามาได้อีกครั้งด้วยวิธีใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถกดซื้อ in-app purchase ได้แบบไม่ต้องจ่ายเงินจริง วิธีการที่เขาใช้จะลัดกระบวนการออกใบเสร็จของ App Store ออกไป รายละเอียดอ่านตามที่มาครับ

ที่มา - The Next Web


View the original article here

VMware ปฏิเสธข่าวแยกบริษัทไปทำกลุ่มเมฆ

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวลือออกมาว่า VMware เจ้าพ่อด้าน virtualization จะแยกบริษัทไปทำธุรกิจด้านกลุ่มเมฆโดยเฉพาะ (VMware มีผลิตภัณฑ์ด้านกลุ่มเมฆคือ Cloud Foundry อยู่แล้ว) ล่าสุดบริษัทออกมาปฏิเสธข่าวนี้แล้ว

Matthew Lodge ผู้บริหารด้านบริการบนกลุ่มเมฆของ VMware ยังปฏิเสธข่าวของ Project Rubicon ซึ่งสื่อระบุว่าเป็นโครงการร่วมระหว่าง VMware กับบริษัทแม่ EMC อีกด้วย โดยเขาบอกว่า VMware ไม่ต้องการเป็นผู้ให้บริการแบบ IaaS (infrastructure-as-a-service) ตามที่มีข่าวใน Project Rubicon แต่บริษัทสนใจระดับ PaaS (platform-as-a-service) ตามที่เริ่มไปแล้วกับ Cloud Foundry มากกว่า

ข่าวการแยกบริษัทของ VMware มาพร้อมกับข่าวลือว่าซีอีโอ Paul Maritz จะย้ายไปคุมบริษัทใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม ข่าวการย้ายงานของซีอีโอเป็นความจริง เพียงแต่ Paul Maritz ขึ้นไปรับตำแหน่งบริหารในบริษัทแม่ EMC แทน

ที่มา - ReadWriteWeb


View the original article here

Tablet หรือ Netbook แบบไหนเหมาะกับคุณ

                       ช่วงนี้กระแสเทคโนโลยีใหม่อย่าง Tablet เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรากันมากขึ้นนะครับ น้องๆหลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่าเจ้า Tablet นี้มันสามารถช่วยงานเราได้ขนาดไหน?? ลองมาดูข้อมูลเปรียบเทียบกันครับว่าเจ้า Tablet กับ Netbook นี่แบบไหนถึงจะเหมาะกับการใช้งานของน้องๆมากกว่ากัน จะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ประหยัดเงินได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ

         Tablet หรือ Netbook แบบไหนเหมาะกับคุณ
กระแสของเครื่อง Tablet ตอนนี้ในบ้านเราต้องยอมรับว่าค่อนข้างอินเทรนด์มาก ๆ หลังจากที่ทาง Apple ได้นำ iPad เข้ามาขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือน และก็ขายในราคาที่คนหิ้วมาขายเห็นแล้วร้อนตัวกันเป็นแถว ตอนนี้ใครผ่านไปแถวร้าน iStudio ก็คงจะเห็นคนเข้าไปมุงดู iPad กันเป็นว่าเล่น ผมเองก็ได้มีโอกาสเบียดเด็กที่มันเล่นหั่นผักเข้าไปลองเล่นดูเหมือนกัน นับว่าเป็นการตื่นตัวทางเทคโนโลยีกันอีกรอบสำหรับบ้านเรา ทำให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนบ้าของไฮเทค (แบบพวกคนข้าง ๆ  ) ได้รับรู้ว่า ตอนนี้กระดานชนวนมันกลับมาแล้ว
แต่ที่เรากำลังเห็นทั้งหมดเป็นแค่กระแสชั่ววูบหรือเปล่า ที่ตอนนี้ทุกคนกำลังอยากได้ Tablet และคิดกันไปว่า Tablet จะเข้ามาแทนที่โน้ตบุ๊ก วันนี้ได้โจทย์ให้มาเปรียบเทียบ Tablet กับเน็ตบุ๊ก ที่จริงคำตอบค่อนข้างชัดเจนในตัวมันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่เพิ่งรู้จัก Tablet ลองมาดูกันดีกว่าว่า อุปกรณ์แต่ละอย่างดีต่างกันอย่างไร อะไรเหมาะสำหรับคุณ
*คำว่า Tablet ผมจะหมายถึงพวกที่ไม่ได้ใช้ Windows นะครับ ส่วนพวก Tablet PC จะนับเข้ากับเน็ตบุ๊ก

Input : ลากง่ายแต่ไม่แม่น
ถ้าให้นึกถึงเครื่อง Tablet ทุกเครื่องจะมีลักษณะเด่นเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน คือเครื่องจะมีแต่หน้าจอ ไม่มีคีย์บอร์ดแท้ ๆ ให้เราพิมพ์เหมือนโน้ตบุ๊ก เวลาใช้งานก็ต้องเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ คีย์บอร์ดก็จะเป็นคีย์บอร์ดจำลองที่เรียกกันว่า Virtual Keyboard เวลาที่กดไปก็จะไม่รู้สึกเหมือนกับกดคีย์บอร์ดจริงๆ เพราะหน้าสัมผัสมันก็คือจอภาพเรียบ ๆ คุณจะไม่รู้สึกว่ากดมันลงไปจริง ๆ นอกจากมันจะมีไฟกะพริบ หรือว่าตัวเครื่องมีระบบสั่นให้รู้ว่ากดลงไปแล้ว การที่เครื่องเป็นระบบสัมผัส ทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน เช่น การเข้าเว็บก็ไม่ต้องใช้เมาส์เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แล้วกดให้เสียเวลา อยากจะกดตรงไหนก็เอานิ้วจิ้ม จะเลื่อนหน้าเว็บก็เอานิ้วลากขึ้น ๆ ลง ๆ ระบบการใช้นิ้วเดียวหรือหลาย ๆ นิ้วสั่งงานแบบนี้เรียกกันว่า Gesture หรือแปลสวย ๆ ก็ “อิริยาบถ” ของนิ้วนั่นแหละครับ

แล้วผมพูดถึงเรื่องของคีย์บอร์ดกับนิ้วจิ้มทำไม
ระบบ Input เป็นส่วนที่ทำให้ Tablet ดูน่าสนใจ และทำให้คนอยากจะเอาปาทิ้งได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าคุณเป็นคนที่อยากได้เครื่องเอาไว้ดูเว็บ เช็กอีเมล เล่น Facebook กับเพื่อน ๆ หรือดู YouTube เวลาขี้เกียจฟังอาจารย์สอน Tablet ระบบสั่งงานของ Tablet ก็สามารถใช้งานได้อย่างดีเลยละครับ ที่จริงสนุกและดูดีมาก ๆ ด้วย แต่เมื่อไรก็ตามที่คุณโดนเรียกไปแก้งานละก็ เชื่อได้เลยว่าจะมีคนเกินครึ่งรีบหาคีย์บอร์ดมาเสียบเข้ากับ Tablet ทันที (ถ้าเครื่องนั้นมันเสียบได้นะ) ลองคิดภาพสิครับ ถ้าคุณเสียบ Tablet เข้ากับคีย์บอร์ด มันก็คือเน็ตบุ๊กดี ๆ นั่นเอง เหตุผลหลัก ๆ ก็เป็นเรื่องของตำแหน่งแป้นพิมพ์ และสัมผัสที่แม่นยำกว่าเวลาทำงาน การใช้งานในส่วนของ Touch Pad ที่ติดมากับตัวเน็ตบุ๊ก ก็มีความแม่นยำในการกดมากกว่านิ้วมือด้วย อย่างเช่น ถ้าเราต้องคัดลอกข้อความจากเว็บไปแปะในเอกสารของเรา การนำเมาส์ลากข้อความและกด CTRL + C และ CTRL + V เป็นอะไรที่รวดเร็วกว่ามาก ถ้าต้องใช้นิ้วสั่งงานจากหน้าจอ ไหนกว่าจะเปิดเมนูสั่งว่าจะคัดลอกข้อความ กว่าจะเอานิ้วกะตำแหน่งข้อความแล้วลาก ถ้าเครื่องอ่านตำแหน่งผิด อาจจะต้องเริ่มใหม่แต่แรกก็ได้ สุดท้ายพิมพ์ลงหน้าจอเนี่ย มันกินที่เยอะนะครับ

สรุปก็คือ ระบบสั่งงานของ Tablet สามารถทำงานได้ดีกับงานที่ไม่ต้องการความละเอียดหรือรวดเร็วมากนัก แต่ถ้าหากต้องทำงานจริง ๆ จัง เน็ตบุ๊กที่มีทั้งคีย์บอร์ดและ Touch Pad ติดมาให้เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า รวมทั้งยังสามารถต่อเมาส์หรือปากกาเพื่อการสั่งงานที่แม่นยำมากขึ้นได้ด้วย ส่วนระบบ Gesture นั้น Touch Pad ของบางเครื่องก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน อย่างเช่น Eee PC 900 ที่ผมใช้พิมพ์อยู่ ก็มีให้ใช้มาตั้งสองสามปีแล้ว แต่ถ้าเป็นระบบนิ้วสัมผัสที่หน้าจอ จะสู้เครื่อง Tablet ไม่ได้จริง ๆ ครับ

Portable : พกง่าย แต่มันไม่จบ
พูดถึง Tablet ถ้าไม่บอกว่ามันพกง่ายหายสะดวก ก็คงจะแปลกแล้วใช่ไหมครับ เวลาคุณไปยืนดูหน้าร้าน iStudio แล้วเห็น iPad ขนาด 10 นิ้ว ตั้งอยู่ คุณรู้สึกว่าอยากจะได้มันมาพกแทนโน้ตบุ๊กหนัก ๆ ที่บ้าน ไม่แปลกหรอกครับ ที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่คุณรู้หรือไม่ครับ ว่าหลาย ๆ คนที่คิดแบบนั้น ตอนนี้เอา iPad ตั้งทิ้งไว้ที่บ้าน หรือไม่ก็ขายทิ้งหมดแล้ว และสุดท้ายก็หันกลับมาแบกเครื่องโน้ตบุ๊กหรือเน็ตบุ๊กเหมือนเดิม


ทำไมคนถึงไม่อยากถือ iPad หรือ Tablet อื่น ๆ ล่ะ

ปัญหาจริง ๆ คือ ใช้มันทำงานสู้เครื่องเน็ตบุ๊กไม่ได้ครับ นั่นหมายความว่า ถ้าคุณอยากจะอินเทรนด์และทำงานได้ด้วยในเวลาเดียวกัน คุณก็ต้องพกสองเครื่อง และเจ้า iPad มีขนาดตั้ง 10 นิ้วเนี่ยนะ ใครจะไปบ้าแบกสองเครื่อง ก็พกเน็ตบุ๊กเครื่องเดียวทำงานได้ไม่ดีกว่าหรือ นี่ยังไม่นับมือถือที่ต้องเอาห้อยคอไว้อวดชาวบ้านอีก เรื่องของขนาดหน้าจอเนี่ยละ ที่เป็นตัวทำให้คนในบ้านเรา เลิกพก iPad อีกทั้งทาง Steve Jobs ก็ออกมาบอกว่าไม่อยากทำเครื่องที่มีขนาดเล็กลงไปด้วย เดี๋ยวใช้งานไม่ถนัด ก็ไม่เข้าใจแกเหมือนกัน ที iPhone 4 เครื่องเล็กกว่าไม่เห็นบ่นว่าเล็ก ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตามร้านกาแฟบ้านเราจะไม่ค่อยเห็นคนถือ Tablet เล่นแล้วนะครับ แต่จะเป็นเน็ตบุ๊ก โน้ตบุ๊ก หรือมือถือมากกว่า ส่วน Tablet ที่มีขนาดเล็กกว่าในบ้านเรา

สรุปก็คือ Tablet สามารถพกได้ง่ายกว่าเน็ตบุ๊กแน่นอน แต่เนื่องจากมันใช้ทำงานสู้เน็ตบุ๊กไม่ได้ คนเลยพกเน็ตบุ๊กไว้ทำงาน และห้อยมือถือไว้แอบเล่นเน็ตได้จะดีกว่าไหม
Application : ลงได้เหมือน ๆ กัน แต่มันคนละแบบ
จุดที่ทำให้ Tablet อย่าง iPad หรือว่าพวก Andriod เป็นที่นิยมก็คือ มันสามารถลง Application หรือ แอพ หรือ โปรแกรมเพิ่มเติมได้ มันก็เลยตอบสนองวิธีการใช้งานของเรามากขึ้น เช่น คนที่ชอบออนไลน์ ก็อาจจะลงพวก TweetDeck ไว้ช่วยติดตามเพื่อน ๆ จากทั้ง Facebook และ Twitter หรือพวกเว็บอื่น ๆ อย่าง Four Square ได้ด้วย แอพที่ให้ข้อมูลแบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องลำบากในการเปิดหน้าเว็บทีละหลายๆ เว็บ หน้าตาของแอพก็ทำให้ดึงดูดใจได้ด้วย การที่มีแอพให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมไม่ว่าจะฟรีหรือเสียสตางค์ เป็นส่วนที่ทำให้ฮาร์ดแวร์พวกนี้สามารถดำรงอยู่ได้จริง ๆ ครับ

สำหรับเครื่องเน็ตบุ๊กในเรื่องของโปรแกรมที่เราสามารถลงได้นั้น อย่างที่รู้ ๆ ว่ามีให้ลงได้ไม่มีหมด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานได้หลากหลายกว่ามากไม่ว่าจะเป็นเบราเซอร์ที่มีให้เลือกมากกว่า โปรแกรมพิมพ์เอกสารก็มีเยอะแยะแล้วแต่ว่าชอบเจ้าไหน โปรแกรมดูหนังก็ดูได้ทุกประเภท ไม่ต้องกลัวเปิดไม่ขึ้น ถ้าพูดถึงเกมยิ่งแล้วใหญ่ มีให้เลือกตั้งแต่ Causual Game เล็ก ๆ เหมือนใน iPad อย่าง Angry Bird ไปจนถึงเกมโหดร้ายยิงให้หัวหลุดไว้ก่อนเป็นพอ หรืออยากจะค้าขายยาเสพติดก็มีให้เล่น
สรุปก็คือ แอพขั้นเทพเป็นทางรอดของเครื่อง Tablet เลยทีเดียว แต่ยังไง ๆ Windows ก็ลงโปรแกรมได้กินขาดกว่าอยู่ดี นี่ไม่ได้พูดถึงพวก Linux หรือว่า Emulator เล่นเกมเก่า ๆ อีกนะครับ

Connect : เชื่อมต่อไม่ได้ มันก็กระดานชนวนดี ๆ นั่นเอง
จุดที่ทำให้ Tablet ไม่ได้เกิดจริง ๆ จัง ๆ ในบ้านเรา ไม่ใช่เพราะราคาหรือตัวฮาร์ดแวร์เอง แต่เป็นอินเทอร์เน็ตของเรานั่นแหละครับ ที่บ้านเราไม่มีทั้ง Wi-Fi และ 3G ผู้ใหญ่หลายท่านที่สนใจอยากได้ iPad หรือ Tablet ตัวอื่น ๆ ไว้ใช้งาน เพราะเห็นว่ามันใช้สะดวก พกพาง่าย เป็นเรื่องปกติครับ แต่เวลาซื้อเรามักจะลืมเรื่องของอินเทอร์เน็ตและค่าใช้จ่าย จะซื้อ Tablet หรู ๆ มาทำไมถ้าเดินออกมานอกบ้านแล้วเน็ตหลุด… เอาไว้ฟังเพลงหรือครับ ฟังจากมือถือก็ได้ เอาไว้พิมพ์งานก็พกเน็ตบุ๊กง่ายกว่าไหม เอาไว้ถ่ายรูปก็ซื้อกล้องตัวละสามพันดีกว่า เอาไว้เล่นเกมคงได้ เพราะจอมันใหญ่ แต่ถ้าเป็นผม ผมซื้อ Nintendo DS ครับ ลองมองสถานการณ์อินเทอร์เน็ตในบ้านเรา Wi-Fi ก็ไม่ครอบคลุม ถึงจะมีบริษัทมาบอกว่าติดไว้สองพันกว่าจุด แต่เดินออกมา 50 เมตร สัญญาณก็หลุด Wi-Fi ฟรีอย่าง Green Bangkok ก็ความเร็วก็พอ ๆ กับโมเด็ม 3G บ้านเราคงไม่ต้องพูดถึง ยังได้ยินคนบ่นกว่าเดินสยามแล้วต่อไม่ติดอยู่เลย แล้วถ้าเราซื้อมาแล้วใช้แค่ EGDE/GPRS ล่ะ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ไม่ได้น้อยเลยนะครับ อย่างชุดไม่จำกัดของ iPad แต่ละเดือนก็ปาไปเกือบพันแล้ว นอกจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว การต่อพ่วงกับอุปกรณ์อื่น ๆ ก็จำกัดมากๆ คุณไม่สามารถเอา Flash Drive ไปเสียบเข้าเครื่องได้ตรง ๆ ถึงมันจะเสียบการ์ดได้ แต่พวกเราก็พก Flash Drive มากกว่าการ์ดอยู่ดีใช้ไหมครับ

สรุปก็คือ ถ้า Tablet มันต่อเน็ตไม่ได้ มันก็เหมือนกระดานธรรมดา ๆ ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ คุณสมบัติอื่น ๆ ที่มีอย่างพวกโทรศัพท์มือถือก็แทบจะใช้งานได้ทั้งหมดอยู่แล้ว กลายเป็นว่าซื้อมาแล้วก็ใช้ได้แต่ในบ้าน เขียนมาซะยืดยาวจะเห็นได้ว่า Tablet เองก็เป็นเครื่องที่ทำออกมาสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น เล่นเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง โดยเราสามารถพกพามันออกไปได้โดยง่าย แต่ขนาดเดียวกันมันก็ต้องการอินเทอร์เน็ต เพื่อจะให้มันใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพจริง ๆ ซึ่งบ้านเราขาดแคลนอย่างแรง Tablet จึงเหมาะสำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับคนที่มีพวกคอมพิวเตอร์หรือเน็ตบุ๊กไว้ใช้ทำงานอยู่แล้ว เพราะทั้งสองอย่างก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมาะกัน ถ้าคุณคิดจะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานเป็นอย่างแรก แนะนำให้ซื้อเน็ตบุ๊กเลยครับ
ขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.notebookspec.com/

View the original article here